.
ผมเปิดร้านสุริยันจันทราครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม '46 เริ่มต้นเพราะต้องการหาที่พักในเมืองให้ป๋า (พ่อบุญธรรม) แต่ทางผู้ให้เช่าต้องการให้เปิดเป็นร้านค้า ซึ่งผมไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เพราะไม่ได้เป็นนักธุรกิจเลย และไม่เคยอยากเป็นด้วย ผมก็เลยใช้ความเป็นตัวของตัวเองเป็นที่ตั้ง ทำในสิ่งที่ตนเองรักที่จะทำ ขายในสิ่งที่ตนเองสนุกกับมัน แก้ไขปัญหาของลูกค้าโดยนึกว่าถ้าตนเองเป็นลูกค้ากว่าห้าปีที่สุริยันจันทราเปิดดำเนินการ สุขทุกข์มากมายผ่านเข้ามาในชีวิตตลอดเวลาของการเป็นเจ้าของร้านเล็กๆ หนึ่งร้าน ร้านค้าแห่งโอกาส คือสิ่งที่ผมตั้งมั่น ผมถ่ายทอดความรู้ที่ผมมีโดยไม่หวง ผมให้โอกาสกับทุกคน เพราะได้รับการสิ่งดีๆ สิ่งเดียวกันจากป๋า ผมเชื่อเรื่องการให้โดยไม่หวังผล ผมเชื่อเรื่องการส่งต่อความดี (Pay it forward) หลายครั้งผมประสบปัญหา จนรู้สึกท้อ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมมีกำลังใจในการทำงานตลอดมาคือ ความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับกลับมาจากผู้มาเยี่ยมชมร้าน ทั้งรอยยิ้ม คำชื่นชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำขอบคุณ แม้ยามผมพบปัญหา คนแล้วคนเล่าที่เพียรเข้ามาให้กำลังใจ ให้ความช่วยเหลือ หลายคนกลายเป็นเพื่อน กลายเป็นพี่น้อง เป็นญาติผู้ใหญ่ เหล่านี้เป็นแรงใจที่ทำให้ผมสนุกกับงานที่ทำ
ในชีวิตคนเรา ถ้าไม่ได้ประสบมรสุมปัญหาต่างๆ แล้วคุณจะเรียนรู้ตนเองได้อย่างไร สิ่งที่ไม่ดีกลับเป็นสิ่งดีที่คาดไม่ถึง มองเห็นสัจธรรมของชีวิตมากขึ้น รู้จักตนเองมากขึ้น ผมรู้ว่าผมมีมโนสำนึกดีพอว่าอะไรถูกต้อง อะไรไม่ถูกต้อง ผมเรียนรู้ว่าผมไม่ได้ตกเป็นทาสของเงิน ผมรู้ว่าผมเป็นคนคิดบวก (positive thinking) ทุกวันนี้ผมว่าผมประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ในแง่ชื่อเสียงเงินทอง แต่ในมุมของความสุข ความมีเกียรติกับตัวเองและในสิ่งที่ทำ
ผมไม่เคยสนใจชื่อเสียง เพราะมันแค่หัวโขนสำหรับผม
ผมไม่ชอบคดโกง เพราะเชื่อในเรื่องของกรรม
ผมรู้ว่า ตราบที่ผมยังมีชีวิตอยู่ จะไม่มีใครว่าพ่อแม่ผมว่าเลี้ยงดูลูกมาไม่ดี
ผมรู้ว่า แม้วันที่ผมไม่มีชีวิตอยู่ จะไม่มีใครมาด่าว่าผมถึงพฤติกรรมสมัยยังมีชีวิตอยู่
ผมรู้ว่า ผมไม่ได้ทำให้วงศ์ตระกูลต้องรู้สึกอับอายว่ามีลูก มีพ่อไม่ดีแน่นอน
เหมือนโชคชะตา ผมพร้อมเปิดร้านสุริยันจันทรา 23 ตุลาคม 2552 ซึ่งตรงกับวันแรกที่ผมเปิดร้านเมื่อหกปีที่แล้ว!
.
ถึงพี่โอ
ตอบลบผมได้ทราบเรื่องบางส่วนแล้วอดสะเทือนใจกับสิ่งทีเกิดขึ้นไม่ได้ อยากกอดเพื่อเป็นกำลังใจให้พี่สักครั้ง แต่วันนี้น้ำเสียงของพี่บอกผมว่าพี่เดินไปข้างหน้าได้แล้ว และ ผมหวังว่าพี่จะเริ่มวิ่งในอีกไม่นาน ขอให้พี่มีกำลังใจที่ดีที่จะดำเนินการร้านสุริยันจันทราต่อไปนะครับลูกค้ายังรอพบสิ่งใหม่จากสมองและมือของพี่อยู่ ตามสัญญาครับจะกลับมาพบพี่อีกครั้งในช่วงปลายปี หวังว่าประตูร้านสุดเก๋แห่งนั้นจะยังเปิดรับผมอยู่นะครับ จาก เปี๊ยก(พีรโพธ)peerapoth@hotmail.com
สวัสดีครับพี่โอ ผมเคยฝึกงานกับพี่ ไม่รู้ว่าพี่จำได้หรือเปล่า วันฝึกงานเสร็จผมยังไม่ได้ไปเที่ยวที่เชียงใหม่ หรือที่ร้านพี่เลย เดี่ยวว่างๆ ผมจะขึ้นไปเที่ยวแล้วแวะไปที่ร้านนะครับ นับถือพี่มากครับ
ตอบลบได้ของตกแต่งเล็กๆ จากที่ร้าน ..โมบลาย์และของกระจุกกระจิก .. นำไปแบ่งปันไว้ ..สิ่งที่ได้เห็นกลับคืนมา คือ อมยิ้มเล็กๆ มุมปากจากผู้ชายหลายคน เป็นแววตาวาววับและเสียงอุทานชื่นชมในความน่ารักน่าชังจากสาวๆอีกหลายคน และเป็นยิ้มแจ่มใสจากเด็กๆ อีกหลายคนที่แวะเวียนมาเห็น ... ** ขอบคุณนะคะคุณโอ ที่ช่างเลือกสรร ของน่ารักมาแบ่งปันให้เราได้เลือกซื้อ ** Happy New Year ค่ะ
ตอบลบถึงพี่โอ
ตอบลบสุริยันจันทรา เป็นอะไรที่จากครั้งแรกที่ย่างเข้าไป ทั้งชื่อ บรรยากาศ ที่สำคัญ สายตา วาจา การต้อนรับจากพี่โอ ทำให้สบายใจเหมือนเข้าไปเยี่ยมบ้านเพื่อนคนหนึ่ง ทำให้ทุกครั้งที่มีโอกาสไปเชียงใหม่ จะต้องแวะเข้าไปเยียมชมทุกครั้ง อยากให้พี่โอกับสุริยันจันทราอยู่เพื่อเป็นแบบอย่าง กับคนหลาย ๆ คน แนวคิดแบบพี่โอหาได้ยากมากในสังคมปัจจุบัน ทำงานมาเป็นสิบปี นับจำนวนคนได้เลยค่ะ อยากให้หลายๆ คนมีแนวความคิดแบบเราเยอะ ๆ สังคม ประเทศเรา จะน่าอยู่มาก ๆ
เป็นกำลังใจให้นะคะ